บทที่ 10 กาฝากที่กำลังจะจากไป

ตอนที่ 10. กาฝากที่กำลังจะจากไป

เช้าวันต่อมา

แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาภายในบ้านหลังโต แพรวพรรณเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเองในชุดทำงานเรียบร้อย วันนี้เธอเลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีครีมกับกระโปรงสีดำ ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าสวยแทบไม่มีร่องรอยของคืนที่เธอนอนไม่หลับ

หญิงสาวปิดประตูห้อง ก่อนจะหันไปทางบันไดแต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูห้องข้าง ๆ ก็เปิดออกพอดี

องศาก้าวออกมาจากห้องนอน ชายหนุ่มอยู่ในชุดทำงานเต็มยศ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยเหมือนทุกวันเมื่อเห็นหญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้า

เขาก็ชะงักเล็กน้อย แพรวพรรณเหลือบมองเขาเพียงแวบเดียว ก่อนจะเดินผ่านไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ไม่มีแม้แต่คำทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม และไม่มีท่าทีว่าจะสนใจว่าเขายืนอยู่ตรงนั้น

องศาขมวดคิ้ว มองตามแผ่นหลังของเธออย่างไม่เข้าใจปกติแล้ว ต่อให้เขาจะไม่อยากพูดด้วยแค่ไหน แพรวพรรณก็มักจะเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อนเสมอ บางครั้งยังพยายามชวนคุยจนเขารู้สึกรำคาญและต้องตัดบทอยู่หลายครั้ง

แต่เช้านี้กลับไม่เหมือนเดิม เธอทำราวกับว่าเขาเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตน

“เดี๋ยว!” เสียงเข้มดังขึ้นจากด้านหลัง แพรวพรรณหยุดเดิน แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง

“คะ?” เธอตอบเพียงสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

องศายิ่งรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของเธอ

“วันนี้เป็นอะไร?”

“เปล่าค่ะ”

“แล้วทำไมถึงเงียบ?” แพรวพรรณนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับ

“ฉันต้องมีเรื่องคุยกับคุณทุกเช้าด้วยเหรอคะ?”

ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย คำตอบนั้นทำให้เขารู้สึกขัดใจอย่างบอกไม่ถูก

“เธอ..”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปทำงานสาย”

หญิงสาวกำลังจะเดินต่อ แต่องศากลับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อย่าคิดว่าตัวเองเป็นหงส์ ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงกาฝากเท่านั้น”

ฝีเท้าของแพรวพรรณหยุดกึก คำพูดนั้นทำให้มือที่ถือกระเป๋าทำงานกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอยืนนิ่งอยู่หลายวินาทีก่อนจะสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ หญิงสาวไม่ได้หันกลับไปมองเขา เพียงตอบออกมาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“ฉันรู้ตัวดีค่ะ”

องศานิ่งฟัง “และสบายใจได้นะคะ”

แพรวพรรณเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ

“วันหนึ่งเมื่อถึงเวลา ฉันจะไปจากที่นี่เอง คุณจะได้สบายใจ”

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

“อีกอย่าง ไม่ต้องกลัวนะคะว่าฉันจะเอาสมบัติอะไรของคุณไป”

เธอก้มมองกระเป๋าในมือ ก่อนพูดต่ออย่างชัดเจน

“เพราะฉันมาแต่ตัว ตอนกลับก็จะไปแต่ตัวค่ะ”

พูดจบ แพรวพรรณก็เดินจากไปทันที และไม่มีน้ำตาให้เขาเห็น

องศายืนอยู่หน้าห้องของตัวเอง มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวจนเธอเดินลับสายตาไปภายในอกกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

เขาควรจะพอใจไม่ใช่หรือ? ในเมื่อสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดคือการให้แพรวพรรณเลิกเข้ามาวุ่นวายในชีวิตเขาไม่อยากให้เธอทักทาย ไม่อยากให้เธอชวนคุย ไม่อยากเห็นเธอพยายามทำตัวสนิทสนมกับเขา

แต่เมื่อวันนี้เธอทำตามที่เขาต้องการทุกอย่าง...ทำไมเขาถึงกลับรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น?

“ก็แบบนี้แหละดีแล้ว” องศาพึมพำกับตัวเอง

เขาส่ายหน้า ก่อนเดินลงบันไดไปยังห้องอาหาร

แต่ตลอดทาง คำพูดของแพรวพรรณกลับยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

“ฉันมาแต่ตัว ตอนกลับก็จะไปแต่ตัวค่ะ”

ชายหนุ่มขบกรามแน่น

“ใครสนว่าเธอจะไปตอนไหนกัน” เขาพูดกับตัวเอง ก่อนจะเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมา

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง แพรวพรรณเดินออกจากบ้านไปแล้วเธอไม่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นขององศา และต่อให้ได้ยิน เธอก็คงไม่สนใจอีกต่อไป

เพราะตั้งแต่เมื่อคืน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่พยายามเรียกร้องความเข้าใจจากผู้ชายคนนี้อีกเธอจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดดูแลคุณย่าเท่าที่จะทำได้

และเมื่อถึงวันที่คุณย่าไม่อยู่แล้ว...เธอจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง

เธอจะเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปโดยไม่เอาอะไรติดตัวไปแม้แต่ชิ้นเดียว

ส่วนองศา...

เขาอาจยังไม่รู้ตัวว่า การที่แพรวพรรณหยุดพยายามเข้าหาเขาในวันนี้ คือสิ่งที่กำลังจะทำให้ชีวิตประจำวันของเขาเปลี่ยนไปทีละน้อย

เพราะบางครั้ง...คนเราก็มักไม่รู้ว่าคุ้นเคยกับการมีใครบางคนอยู่ใกล้ตัวมากแค่ไหน

จนกระทั่งวันหนึ่ง...

คนคนนั้นเลือกที่จะเดินห่างออกไปจริง ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป